ทำไมต้อง 48 ชม.?

จาการวิจัยพบว่ายาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่จะได้ผลดีที่สุด เมื่อได้รับยาภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากเริ่มมีอาการไข้หวัดใหญ่1


การได้รับยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ภายใน 48 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ จะช่วยบรรเทาความรุนแรงและย่นระยะเวลาการเจ็บป่วยจากไข้หวัดใหญ่1 

เมื่อสงสัยว่าอาจเป็นไข้หวัดใหญ่ ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

3 ระยะของการเป็นไข้หวัดใหญ่ 

  1. อาการเริ่มแรกของไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้ ปวดเมื่อยตัว ปวดหัว เจ็บคอ ไอ อ่อนเพลียมาก 2 มักเกิดแบบเฉียบพลัน โดยไม่มีอาการนำมาก่อน .3,4 
    นี่คือช่วงที่ดีสุดที่ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส
  2. อาการส่วนใหญ่จะหายภายใน 1 สัปดาห์ แต่ ไอ และ อ่อนเพลีย อาจหายช้ากว่า2 ควรหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่และพักผ่อนให้มาก
  3. ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อน อาการไข้หวัดใหญ่จะดีขึ้นใน 2-3 วัน เนื่องจากภูมิคุ้มกันของร่างกายช่วยจัดการ (ร่วมกับประสิทธิภาพของยาต้านไวรัส) อย่างไรก็ตาม อาจมีอาการอ่อนเพลียอยู่สักระยะหนึ่ง2
A picture of virus

อาการไข้หวัดใหญ่จะเป็นอยู่นานแค่ไหน? 

อาการไข้หวัดใหญ่มักมีอาการอยู่ 1-2 สัปดาห์ แต่อาจแตกต่างกันในแต่ละราย5

หากมีภาวะแทรกซ้อนอาจทำให้เกิดอาการป่วยได้นาน  และอาจทำให้ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล หรืออาจถึงแก่ชีวิตได้ในรายที่อาการรุนแรง4,6


 

เชื้อไข้หวัดใหญ่แพร่กระจายได้อย่างไร?

ไข้หวัดใหญ่สามารถติดต่อระหว่างบุคคลได้ง่าย โดยเชื้อไวรัสถูกแพร่กระจายจากการไอ จาม จากผู้ติดเชื้อ หรืออาจติดต่อโดยการสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อไวรัสติดอยู่ แล้วมาสัมผัสปากหรือจมูกของตนเอง7

ไข้หวัดใหญ่แพร่กระจายได้มากที่สุดในช่วง 3-4 วันแรก7 โดยผู้ป่วยสามารถแพร่กระจายเชื้อก่อนที่ตัวเองจะมีอาการเสียอีก 5

ยาต้านไวรัสสามารถลดจำนวนเชื้อไวรัสและลดการแพร่กระจายเชื้อได้8

มีเรื่องที่เป็นเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการรักษา และป้องกันไข้หวัดใหญ่มากมาย
 คลิกเพื่อแยกแยะ ระหว่าง ความจริง และ ความเชื่อ เกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่

จัดการไข้หวัดใหญ่ ก่อนไข้หวัดใหญ่จัดการคุณ  รีบปรึกษาแพทย์ว่าคุณควรได้รับยาต้านไวรัสหรือไม่

เมื่อสงสัยเป็นไข้หวัดใหญ่ ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว

หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ APACI flu surveillance report

References

  1. Lehnert R et al. Dtsch Arztebl Int 2016; 113(47): 799–807.
  2. Institute for Quality and Efficiency in Health Care (IQWiG). Flu: Overview, 2016. Available from: www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmedhealth/PMH0072643/#i2352.symptoms. Last accessed: November 2019.
  3. Banning M. Br J Nurs 2005; 14(22): 1192–1197.
  4. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Flu symptoms and complications, 2018. Available from: www.cdc.gov/flu/symptoms/symptoms.htm. Last accessed: November 2019. 
  5. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Morbidity and Mortality Weekly Report, 2008; 57: RR-7. Available from: www.cdc.gov/mmwr/pdf/rr/rr5707.pdf.  Last accessed: November 2019.
  6. Mertz D et al. BMJ 2013; 347: f5061.
  7. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). How flu spreads. Available from: www.cdc.gov/flu/about/disease/spread.htm. Last accessed: November 2019. 
  8. Stiver G. CMAJ 2003; 168(1): 49–56.